Liner กระดาษ vs Liner ฟิล์ม วิธีเลือก Liner สติ๊กเกอร์ให้เหมาะกับงาน

Liner กระดาษ vs Liner ฟิล์ม วิธีเลือก Liner สติ๊กเกอร์ให้เหมาะ

Liner ขาดในเครื่อง? เลือก Liner สติ๊กเกอร์ไม่ถูก? เปรียบเทียบ Liner กระดาษ (Glassine) vs Liner ฟิล์ม (PET) ว่าเหมาะกับงาน (เครื่องติดฉลาก/สติ๊กเกอร์ใส) ต่างกันอย่างไร

Key Takeaway

Liner (กระดาษรองหลัง) ไม่ใช่แค่ที่รองกาว แต่คือส่วนประกอบเชิงเทคนิคที่ส่งผลต่อกระบวนการผลิต นี่คือกฎการจับคู่ที่ถูกต้อง

  1. Liner กระดาษ (เช่น Glassine สีเหลือง/ขาว)
    • เหมาะสำหรับ: งานติดมือ (Manual) หรืองานที่ใช้เครื่องติดฉลากความเร็วต่ำ
    • เหตุผล: ราคาประหยัดและเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป
  2. Liner ฟิล์ม (เช่น PET ใส/ขาว)
    • เหมาะสำหรับ: 2 งานหลักที่ Liner กระดาษทำไม่ได้
      • 1. เครื่องติดฉลากความเร็วสูง (High-Speed): เพราะ Liner ฟิล์ม ทนแรงดึงสูงและฉีกขาดยาก (ป้องกันปัญหา Liner ขาดในเครื่อง)
      • 2. สติ๊กเกอร์ใส (Clear Label): (กรณีใช้ Liner ใส) เพื่อให้ Optical Sensor ของเครื่องติดฉลากสามารถตรวจจับช่องว่าง (Gap) ระหว่างดวงสติ๊กเกอร์ได้

ในบทความโครงสร้างสติ๊กเกอร์ เราได้เรียนรู้แล้วว่า Liner (กระดาษรองหลัง) คือส่วนประกอบที่ทำหน้าที่เป็นตัวพา (Carrier) และมีชั้นซิลิโคนเคลือบไว้เพื่อให้เราลอกสติ๊กเกอร์ได้

แต่คำถามสำคัญต่อมาที่โรงพิมพ์มักจะถามคุณคือ คุณต้องการเลือก Liner สติ๊กเกอร์ แบบไหน?

ผู้ประกอบการใหม่ส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่า Liner มีหลายประเภท และการเลือก Liner ผิดประเภท อาจหมายถึงปัญหาใหญ่ในการผลิต เช่น Liner ขาดคาเครื่องติดฉลาก หรือ Sensor อ่านสติ๊กเกอร์ใสไม่ออก ทำให้เครื่องทำงานผิดพลาด

บทความนี้คือคู่มือจับคู่ (Matchmaking) Liner สติ๊กเกอร์ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Liner กระดาษ และ Liner ฟิล์ม และสามารถเลือกประเภท Liner ที่เหมาะสมที่สุดกับ กระบวนการผลิต (Process) และความเร็วของเครื่องจักร ของคุณได้อย่างแม่นยำ

สารบัญ

รู้จัก 2 ประเภท Liner หลัก

Liner ที่ใช้ในอุตสาหกรรมสติ๊กเกอร์ม้วน แบ่งตามวัสดุได้ 2 ประเภทหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติและราคาที่แตกต่างกัน

1. Liner กระดาษ (Paper Liners)

Liner กระดาษเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากความสมดุลด้านประสิทธิภาพและราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะสำหรับงานทั่วไป

1. ชนิดของ Liner กระดาษที่ใช้บ่อย

  • Glassine (กลาซีน): เป็นประเภทที่ พบบ่อยที่สุด ในฉลากม้วน (Roll Labels) ทั่วไป เป็นกระดาษที่ผ่านกระบวนการอัดและรีดจนมีความหนาแน่นสูง ผิวเรียบ และมักจะมีสีขาว หรือ สีฟ้าอ่อน คุณสมบัติที่โดดเด่นคือ:
    • ความเสถียรของเกจ (Gauge Stability): ทำให้มีความหนาสม่ำเสมอ เหมาะกับการไดคัท (Die-cutting) และการลอก (Stripping) กากสติ๊กเกอร์
    • กึ่งโปร่งแสง/ทึบแสง: มักเป็นสีขาวหรือสีเหลือง ทำให้เซ็นเซอร์แบบตาแมว (Photoelectric Sensor) ตรวจจับช่องว่าง (Gap) ได้ง่าย
  • Kraft (คราฟท์): เป็นกระดาษที่แข็งแรงกว่า Glassine มักใช้ในงานที่ต้องการความทนทานต่อแรงดึงมากขึ้น หรือใช้สำหรับฉลากขนาดใหญ่

2. คุณสมบัติเพิ่มเติมและข้อจำกัด

  • เรื่องความทึบแสง (Opacity):
    • สีขาว หรือ สีเหลือง (Yellow release paper) เป็นที่นิยมมาก เพราะเซ็นเซอร์มาตรฐานในเครื่องพิมพ์ หรือ เครื่องติดฉลาก (Label Applicator) ใช้การเปรียบเทียบความต่างของแสงระหว่างตัวสติ๊กเกอร์กับ Liner เพื่อหาตำแหน่งเริ่มต้นการติดที่เรียกว่า “Reading the Gap”
  • เรื่องความทนทานและเสถียรภาพ:
    • เนื่องจากเป็นกระดาษ จึงมีแนวโน้มที่จะ ดูดซับความชื้น (Hygroscopic) และ คืนตัว (Curl) ตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้นในสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในการป้อนเข้าเครื่องพิมพ์ หรือ เครื่องติดฉลากที่มีความแม่นยำสูง
    • ความต้านทานแรงดึงต่ำ: เป็นข้อจำกัดหลัก คือ กระดาษจะฉีกขาดได้ง่ายเมื่อถูกดึงด้วยแรงสูง หรือมีการกระชากอย่างรวดเร็ว (เช่น ในเครื่องจักรความเร็วสูง) หากเกิดการฉีกขาดจะต้องหยุดเครื่องเพื่อร้อยกระดาษใหม่ ทำให้เสียเวลาในการผลิต
  • ต้นทุน (Cost-Effectiveness): เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการใช้งานทั่วไป

2. Liner ฟิล์ม (Film Liners)

Liner ฟิล์มเป็นตัวเลือกประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดหลักของ Liner กระดาษ โดยวัสดุที่นิยมที่สุดในกลุ่มนี้คือ PET (Polyethylene Terephthalate) ซึ่งเป็นพลาสติกวิศวกรรมที่มีความเสถียรสูง

1. คุณสมบัติเด่นของ Liner ฟิล์ม

  • ความทนทานต่อแรงดึงสูง (High Tensile Strength):
    • นี่คือคุณสมบัติหลักที่ทำให้ Liner ฟิล์มแตกต่าง Liner ฟิล์มมีความต้านทานแรงดึงสูงมากและ ฉีกขาดยาก (Durable / Tear-Resistant)
    • ประโยชน์: จึงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับ เครื่องติดฉลากความเร็วสูง (High-Speed Applicator) ที่มีการดึงม้วนอย่างรวดเร็วและมีการกระชากสูง การใช้ Liner ฟิล์มช่วยลดปัญหา Liner ขาดในสายการผลิตได้เกือบทั้งหมด ซึ่งช่วยรักษาประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง
  • ความเสถียรต่อสภาพแวดล้อม:
    • Liner ฟิล์ม ไม่ไวต่อความชื้นและความร้อน เท่า Liner กระดาษ (Hydrophobic) ทำให้ไม่เกิดการยืดตัว หดตัว หรือโค้งงอ (Curling) ตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้น
    • ประโยชน์: เหมาะสำหรับงานพิมพ์ที่ซับซ้อน งานที่ต้องนำเข้าเครื่องพิมพ์หลายครั้ง หรืองานที่ใช้กระบวนการเคลือบที่เกี่ยวข้องกับความร้อนสูง
  • ความบาง (Thin Caliper):
    • Liner ฟิล์ม (โดยเฉพาะ PET) มักจะบางกว่า Liner กระดาษมาก (เช่น อาจมีความหนาเพียง 23 ไมโครเมตร หรือ $0.92$ mil)
    • ประโยชน์: ความบางช่วยให้ใน 1 ม้วนสามารถบรรจุสติ๊กเกอร์ได้จำนวนดวงมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และ ลดเวลาในการเปลี่ยนม้วน ลงได้
  • ความหลากหลายและการใช้งานพิเศษ:
    • แบบใส (Clear-on-Clear): Liner PET แบบใสเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับสติ๊กเกอร์ฟิล์มใส (เช่น BOPP Clear) ทำให้ได้ฉลากใสที่มองเห็นพื้นผิวสินค้าอย่างชัดเจน (No-Label Look)
    • แบบทึบ (Opaque): มีให้เลือกทั้งแบบสีขาว หรือ สีน้ำเงิน/ฟ้าอ่อน สำหรับงานที่ต้องการใช้เซ็นเซอร์มาตรฐานในการตรวจจับ Gap

2. ข้อควรพิจารณาและต้นทุน

  • ต้นทุนเริ่มต้น: Liner ฟิล์มมีราคาสูงกว่า Liner กระดาษอย่างชัดเจน
  • การใช้งานร่วมกับเซ็นเซอร์: หากเลือกใช้ Liner ฟิล์มแบบ ใส (Clear) ผู้ใช้งานจะต้องเปลี่ยนไปใช้ เซ็นเซอร์แบบอัลตร้าโซนิก (Ultrasonic Sensor) แทนเซ็นเซอร์แบบตาแมว (Photoelectric Sensor) มาตรฐาน เนื่องจากเซ็นเซอร์แบบตาแมวไม่สามารถ “อ่าน” ช่องว่างของฟิล์มใสได้

ตารางเปรียบเทียบ Liner กระดาษ vs Liner ฟิล์ม (PET)

ปัจจัยLiner กระดาษ (เช่น Glassine)Liner ฟิล์ม (เช่น PET)
ความทนทาน (ฉีกขาด)ฉีกขาดได้ฉีกขาดยาก (ทนแรงดึงสูง)
ความโปร่งใส (Transparency)ทึบแสง (Opaque)ใส (Clear) (หรือ ทึบ)
ความหนา (Thickness)มักจะหนากว่าบางกว่า (ม้วนได้จำนวนเยอะกว่า)
การทำงานกับ Sensorอ่านง่าย (สำหรับ Sensor ทั่วไป)ต้องใช้ Sensor พิเศษ (ถ้าเป็นแบบ ใส-บน-ใส)
ราคา (Cost)ประหยัดสูงกว่า

การจับคู่ Liner ให้เหมาะกับงาน

การจะเลือก Liner สติ๊กเกอร์ แบบ กระดาษ หรือ ฟิล์ม ขึ้นอยู่กับกระบวนการของคุณเป็นหลัก

1. งานติดด้วยมือ (Manual) หรือ เครื่องติดความเร็วต่ำ (Low-Speed)

  • Liner ที่แนะนำ: Liner กระดาษ (Glassine / Kraft)
  • เหตุผล (จับคู่): เพียงพอต่อการใช้งาน การลอกด้วยมือหรือเครื่องติดฉลากความเร็วต่ำ ไม่ได้ใช้แรงดึงหรือแรงกระชาก (Tension) ที่สูงมาก Liner กระดาษซึ่ง ฉีกขาดได้จึงไม่ใช่ปัญหา การใช้ Liner กระดาษจึงคุ้มค่า และประหยัดต้นทุนที่สุด

2. งานที่ใช้เครื่องติดฉลากความเร็วสูง (High-Speed Applicator)

  • Liner ที่แนะนำ: Liner ฟิล์ม (PET)
  • เหตุผล (จับคู่): นี่คือเหตุผลหลักที่ Liner ฟิล์มถูกผลิตขึ้นมา เครื่องติดฉลากอัตโนมัติความเร็วสูง (High-Speed Applicator) ต้องการความต้านทานแรงดึง (Tensile Strength) ที่สูงมาก เพื่อให้เครื่องกระชาก (Pull) Liner ได้ด้วยความเร็วสูงโดยไม่ฉีกขาด (Web Breakage)
  • หากคุณเลือก Liner สติ๊กเกอร์ แบบกระดาษกับเครื่องความเร็วสูง คุณจะเจอปัญหา Liner ขาดคาเครื่อง ทำให้สายพานการผลิตต้องหยุดชะงัก

3. งานสติ๊กเกอร์ใส (Clear Face Stock)

  • Liner ที่แนะนำ: Liner ฟิล์ม (PET) ชนิดใส
  • เหตุผล (จับคู่)
    1. เพื่อความสวยงาม (Aesthetics): สำหรับการทำ Clear-on-Clear (สติ๊กเกอร์ใสบนบรรจุภัณฑ์ใส เช่น ขวดน้ำผลไม้) การใช้ Liner ใสช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพสินค้าจริงได้ชัดเจนก่อนซื้อ
    2. เพื่อ Sensor (Technical): (สำคัญมาก) เครื่องติดฉลากอัตโนมัติหลายรุ่นใช้ Optical Sensor (เซ็นเซอร์จับความใส) เพื่อตรวจจับช่องว่าง (Gap) ระหว่างดวงสติ๊กเกอร์ เซ็นเซอร์เหล่านี้ อ่าน Liner กระดาษทึบแสงไม่ได้ และจำเป็นต้องใช้ Liner ใส (PET) เพื่อให้แสงทะลุผ่านและตรวจจับช่องว่างได้

สรุป

Liner ไม่ใช่แค่กระดาษรองหลังที่ถูกทิ้ง แต่คือหัวใจของกระบวนการผลิตอัตโนมัติ การเลือก Liner สติ๊กเกอร์ที่ถูกต้องจึงเป็นก้าวแรกที่ไม่ควรมองข้าม

วิธีเลือก Liner ที่ถูกต้อง

  1. ถ้าความเร็วไม่ใช่ปัญหาและต้องการประหยัด: เลือก Liner กระดาษ (Glassine)
  2. ถ้าใช้เครื่องจักรความเร็วสูง (>150 ชิ้น/นาที): จำเป็นต้องเลือก Liner ฟิล์ม (PET) เพื่อป้องกันปัญหา Liner ขาด
  3. ถ้าทำสติ๊กเกอร์ใส (Clear-on-Clear): จำเป็นต้องใช้ Liner ฟิล์ม (PET Clear) ร่วมกับเซ็นเซอร์พิเศษเพื่อการติดฉลากที่สมบูรณ์แบบ

การลงทุนใน Liner ที่เหมาะสมกับกระบวนการของคุณ จะช่วยลดการหยุดชะงักของสายการผลิต และให้ผลตอบแทนในระยะยาวที่สูงกว่าราคาที่ประหยัดไปในตอนแรกครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Liner กระดาษ กับ Liner ฟิล์ม (PET) อันไหนดีกว่ากัน?

ไม่มีอันไหนดีกว่า “Liner กระดาษ” คุ้มค่า เหมาะกับงานติดมือหรืองานความเร็วต่ำ “Liner ฟิล์ม (PET)” ทนทานกว่า เหมาะกับเครื่องติดฉลากความเร็วสูงที่ต้องการแรงดึงสูง ป้องกัน Liner ขาดในเครื่อง

ทำไมสติ๊กเกอร์ใส (Clear Label) ต้องใช้ Liner ใส (PET)?

มี 2 เหตุผล 1.เพื่อความสวยงาม (Clear-on-Clear) 2.เพื่อให้ Optical Sensor (เซ็นเซอร์จับความใส) ของเครื่องติดฉลากอัตโนมัติสามารถตรวจจับช่องว่าง (Gap) ระหว่างดวงสติ๊กเกอร์ได้

Liner ขาดในเครื่องติดฉลาก เกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักคือการใช้ Liner กระดาษ กับเครื่องติดฉลากที่ตั้งแรงดึง (Tension) ไว้สูงเกินไป หรือเครื่องทำงานเร็วเกินไป (High-Speed) ทำให้ Liner ทนแรงกระชากไม่ไหวและฉีกขาด ควรเปลี่ยนไปใช้ Liner ฟิล์ม (PET) ที่ทนแรงดึงได้สูงกว่า

Liner กระดาษ Glassine คืออะไร?

Glassine คือ Liner กระดาษชนิดหนึ่งที่ผ่านการอัดแน่น (Supercalendered) ทำให้ผิวเรียบเนียนและทึบแสง มักเป็นสีขาวหรือสีเหลือง เป็นมาตรฐานทั่วไปสำหรับงานสติ๊กเกอร์

Liner ฟิล์ม (PET) บางกว่า แล้วจะทนกว่าได้ยังไง?

เพราะ PET เป็น ฟิล์มพลาสติก ซึ่งมีคุณสมบัติ ความต้านทานแรงดึง (Tensile Strength) สูงกว่าเยื่อกระดาษ (Paper Pulp) มาก ทำให้แม้จะบางกว่า แต่ก็ฉีกขาดยากกว่ามาก